หน้าเว็บ

วันอังคารที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2553

ประวัติหลวงตา ปพนพัชร์ ภิบาลพักตร์นิธี


ประวัติหลวงตา ปพนพัชร์ ภิบาลพักตร์นิธี
เจ้าอาวาสวัดคำประมง ต.สว่าง อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร
PHRA PAPONPATCHARA PIBANPAKNITEE

นามเดิม พัลลภ ภิบาลภักดิ์ (ปัจจุบันเป็น ปพนพัชร์ ภิบาลพักตร์นิธี)
บิดา พ.ต.ท.ตรี ภิบาลภักดิ์
มารดา นางอุษา ภิบาลภักดิ์
เกิด วันที่ ๒๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๙๗ ปีมะเส็ง จังหวัดกาญจนบุรี เวลาประมาณ ๐๗.๔๐ น.
ประวัติการศึกษา ปี ๒๕๑๕ จบ ม.ศ.๕ โรงเรียนดรุณาราชบุรี จ.ราชบุรี
ปี ๒๕๑๗ จบประกาศนียบัตร โรงเรียนการชลประทาน
ปี ๒๕๑๙ จบปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์ สาขาการชลประทาน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
การทำงาน ปี ๒๕๑๙ – ๒๕๒๑ รับราชการตำแหน่งวิศวกรชลประทาน ๓ กองออกแบบกรมชลประทาน
บรรพชา –อุปสมบท ปี ๒๕๒๒ ณ อุโบสถวัดสันติสังฆาราม บ้านบัว ต.สว่าง อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร เวลา ๑๑.๑๐ น.
พระอุปัชฌาย์ พระครูบริบาลสังฆกิจ (อุ่น อุตตโม)
จำพรรษา ถ้ำผาปล่อง จ.เชียงใหม่ ๕ พรรษา
วัดสันติสังฆาราม จ.สกลนคร ๒ พรรษา
วัดคำประมง จ.สกลนคร ๒๒ พรรษา
การปฏิบัติธรรม มีพระเดชพระคุณ หลวงปู่สิม พุทธาจาโร (พระญาณสิทธาจารย์) วัดถ้ำผาปล่อง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เป็นพระอาจารย์องค์แรก
การจาริกเพื่อศึกษา และปฏิบัติธรรม ได้ศึกษาข้อวัตรปฏิบัติของครูบาอาจารย์ในสายของ พระอาจารย์ใหญ่มั่น ภูริตตเถระ เทียบเคียงกับนักปราชญ์ในทางพุทธศาสนาอย่างท่านพุทธทาส และครูบาอาจารย์หลายรูปด้วยกัน มีท่านเจ้าคุณพระราชนิโรธรังสี (หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี), หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน, ท่านพระอาจารย์หลวง กตปุญโญ หลวงปู่ปู่บุดดา ถาวโร อายุ ๑๐๓ ปี, หลวงพ่อฤาษีลิงดำ (พระราชพรหมยานเถระ), หลวงปู่แหวน สุจิณโณ เป็นต้น ซึ่งแต่ละรูปล้วนเป็นปูชนียบุคคลอันหาได้ยากในโลกนี้ทั้งสิ้น
ปฐมเหตุแห่งการสร้าง อโรคยศาล ปี ๒๕๓๙ หลวงตาป่วยเป็นมะเร็งหลังโพรงจมูก (Nasopharynx) ได้ทำการรักษาทั้งแพทย์แผนปัจจุบัน(ที่รพ.จุฬาฯ) ผสมผสานกับการใช้สมุนไพรไทย และสมาธิบำบัดจนหายป่วย อโรคยศาล ก่อสร้างเมื่อปี ๒๕๔๗ เพื่อบริการรักษาโรคมะเร็งด้วยสมุนไพร และใช้สมาธิเพื่อบำบัดโรคมะเร็ง โดยหลวงตาปพนพัชร์ ภิบาลพักตร์นิธี เจ้าอาวาสวัดคำประมง อำเภอพรรณนานิคม จังหวัดสกลนคร

อโรคยศาล เป็นการบำบัดแบบธรรมชาติบำบัด, สมุนไพรบำบัด, สวดมนต์ สมาธิ - วิปัสสนาบำบัด, ดนตรีบำบัด รายละเอียดของอาคารอโรคยศาล เป็นอาคารสูง ๓ ชั้น หันหน้าไปทางทิศตะวันออกตามความเชื่อผู้ป่วยจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ เหมือนพระอาทิตย์ที่ขึ้นเป็นวันใหม่ แรกเริ่มเดิมทีกำหนดไว้ว่าจะมี ๒๓ เตียง มาภายหลังกลายมาเป็น ๔๐ เตียง ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์และทำการฉลองในปี ๒๕๔๙

ประกอบไปด้วย
• หอประดิษฐานพระพุทธไภษัชยไวฑูรยประภา (พระกริ่ง) ตั้งอยู่ด้านหน้าทางเข้าซึ่งตามความเชื่อของชาวธิเบต
และชาวจีน พระพุทธไภษัชยไวฑูรยประภาคือ พระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งที่เชี่ยวชาญในการบำบัดรักษาโรคร้าย
ให้แก่หมู่มวลมนุษย์
• ฝ่ายเวชระเบียนสำหรับบันทึกข้อมูลการบำบัดรักษาของผู้ป่วยเหมือนตามโรงพยาบาลทั่วไป
• ห้องตรวจไข้แยก ชาย-หญิง สำหรับตรวจอาการของคนไข้ที่เข้ารักษา
• ห้อง ultrasound
• ห้องอบ- ดื่มสมุนไพร การอบ- ดื่มสมุนไพรจะทำให้ร่างกายของเราแข็งแรงคลายความปวดเมื่อย โรคภัยต่างๆ ไขมัน และความอ้วนที่สะสมอยู่ในร่างกาย ตัวห้องอบสมุนไพรเป็นห้องอบแบบสตรีมเมอร์ (Streamer) ควบคุมระบบด้วยไฟฟ้า –ความดัน แยก ชาย – หญิง

การรักษาพยาบาลที่มีขึ้นทางวัดคำประมงจะออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดไม่มีการเก็บค่ารักษาพยาบาลใดๆ ทั้งสิ้น
นับตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ ถึงปัจจุบัน ปี ๒๕๕๐ ใช้งบประมาณเพื่อผู้ป่วย ๓๐ ล้านบาท อโรคยศาล มีผู้ป่วยเข้ารับการรักษากว่า ๖๐๐ คน กว่าครึ่งสามารถกลับบ้านไปอยู่กับครอบครัวได้อย่างมีความสุข ด้วยความสำเร็จในการดูแลรักษาพยาบาลจึงทำให้ทางวัดคำประมงยังคงเดินหน้าเพื่อดูแลผู้ป่วยมะเร็งต่อไปจนถึงทุกวันนี้.
โครงการในอนาคต จัดสร้างพระนาครัตนมหาธาตุและสถาบันญาณสิทธิธรรมโอสถบำบัด เพื่อทำการวิจัยและพัฒนาในรูปแบบของการดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม (HOLISTIC HEALTH)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น